Durham  Quilts
กลุ่มชายหญิงจากตอนเหนือของอังกฤษและชายขอบสกอตแลนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแคว้นทางตะวันออกเฉียงเหนือของ Durham Northumberland ทำงานควิลต์เพื่อการดำรงชีวิตมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 18 และพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมรอบๆ พื้นที่ดังกล่าวจนถึงศตวรรษที่ 20

มีงานควิลต์จำนวนมากที่เหลือรอดอยู่ในพิพิธภัณฑ์และส่วนของเอกชน ซึ่งพิสูจน์แล้วว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์งานควิลต์และคุณค่าทางศิลปะ

Durham Quilts ที่รู้จักกันดีโดยทั่วไปมีดีไซน์เรียบง่าย มีทั้งที่เป็นผ้าชิ้นเดียว หรือ Wholecloth ไปจนกระทั่งเป็น medallion รูปดาวแบบต่อแถบผ้ายาวๆ และตกแต่งด้วยลายควิลต์ที่สวยงาม ทำขึ้นอย่างประณีต

สมุดบันทึกลายควิลต์และการจ่ายเงินค่าควิลต์

ในพื้นที่นี้อยู่ใจกลางของเหมืองแร่  บรรดาภรรยาของนักขุดแร่เหล่านี้ทำงานควิลต์เพื่อเป็นรายได้พิเศษในครอบครัว มีการเปิดชมรมกันในทุกสัปดาห์ เพื่อลงความเห็นและส่งมอบชิ้นงานที่จ่ายเงินครบตามจำนวน ในเวลานั้นจะมีช่างควิลต์พเนจร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย เดินทางไปยังที่ต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งของและอาหารกับชิ้นงานควิลต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานที่สวยงาม ในบรรดาคนเหล่านั้น คนที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Joseph Hedley ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่จดจำเขาได้ดีจากคดีฆาตกรรมในปีค.ศ.1826 มากกว่าผลงานของเขาที่มีหลงเหลืออยู่ เป็นคดีลักทรัพย์ ที่ยังจับใครไม่ได้มาจนทุกวันนี้

ควิลเตอร์มืออาชีพชาวเหนืออีกคนที่รู้จักกันคือกลุ่ม Stamper พวกเขาจะคัดเลือกแพตเทิร์นงานควิลต์ที่ชื่นชอบแล้วจ้างบรรดาช่างควิลต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตรีในบ้านเรือนทั่วไปทำชิ้นงาน และนำไปขายตามที่ต่างๆ  การค้านี้พัฒนาขึ้นในแถบพื้นที่ของ Northumberland รอบๆ Allendale และ Weardale ซึ่งกลายเป็นเศรษฐกิจหลักของพื้นที่แถบนี้มาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เปลี่ยนแปลงสู่โลกยุคใหม่ โดย Stamper จะวาดลายบนผ้าควิลต์ด้วยดินสอสีฟ้า และทำงานในหลายรูปแบบ ช่างควิลต์จะส่งชิ้นงาน (ผ้า Top) ให้บริษัท ซึ่งเป็นผู้กำหนดราคาและค่าธรรมเนียม ลูกค้าสามารถสั่งทำผ้าชิ้นบน โดยเจาะจงสีผ้า ขนาดและลายควิลต์ได้ด้วย บางครั้งก็มีพ่อค้าเร่นำผ้าชิ้นบนมาขายให้ด้วย

Stamper ที่มีชื่อเสียงมาก 2 คนคือ George Gardiner ซึ่งเปิดร้านตกแต่งหมวก บางตำราบอกว่าเป็นพ่อค้าผ้า (เปิดร้านขายผ้า) และพนักงานฝึกหัดประจำร้านของเขาคือ Elizabeth Sanderson (ลายที่เธอชอบคือ ดาวแปดแฉกซึ่งต่อมาเรียกงาน Durham quilt ที่มีลายดาวตรงกลางว่า Sanderson Style) ทั้งสองทำหน้าที่ถ่ายทอดทักษะการออกแบบลายให้กับพนักงานฝึกหัดจำนวนมาก ตลอดจนธรรมเนียมต่างๆ ที่ยังคงอยู่มาจนถึงศตวรรษที่ 20 อย่างไรก็ตามก็ยังมีผ้าชิ้นบนที่ ไม่ใช่ของ Stamper และมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เป็นทั้งของ stamper และทั้งสองคนนี้  แต่ชิ้นงานก็ออกแบบให้สามารถจดจำได้ในทันที

งานควิลต์มือเกือบจะหายไปทั้งในบริเตนและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากความก้าวหน้าของศตวรรษที่ 20 อย่างไรก็ตามก็ยังมีช่างควิลต์กลุ่มเล็กๆ ทางตอนเหนือของประเทศ นำโดย Amy Emms ที่ยังคงเดินตามรอยช่างควิลต์ Durham รักษาขนบการทำงานแบบดั้งเดิมจนกระทั่งมีการรื้อฟื้นเทคนิคและทักษะการทำงานในราวปลายศตวรรษที่ 20

Welsh Quilts
แม้ว่าในชนบทอื่นๆ ของบริเตนจะยากเข็ญ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือทักษะการทำงานฝีมือที่เจริญรุดหน้า อย่าง เวลส์ควิลต์ (Welsh quilt) จากปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 มีลักษณะเรียบๆ เหมือนกัน แต่แพตเทิร์นที่ใช้โดยทั่วไปกลับมีรูปทรงเรขาคณิตมากกว่างานจากแคว้นทางเหนือ  มักใช้ชุดลายขนาดใหญ่ทำบอร์เดอร์รอบชิ้นงาน

ในขณะที่แคว้นทางเหนือซึ่งเข้าถึงแหล่งผ้าคอตตอนที่ผลิตใกล้กับลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ได้ง่ายกว่าเวลส์ที่อยู่โดดเดี่ยวในหุบเขา เวลส์ควิลต์จึงมักใช้ผ้าขนสัตว์ และเส้นใยผสมของฝ้ายและขนสัตว์ ซึ่งหนาและหนักมากกว่าคอตตอนทำเป็นแผ่นรอง จึงทำให้การควิลต์งานที่มีรายละเอียดทำได้ยากกว่า ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของงานควิลต์เวลส์แบบดั้งเดิม มีเฉดสีจำกัดเพราะย้อมด้วยสีธรรมชาติ โดยทั่วไปจึงต้องเตรียมแผ่นรองขนาดใหญ่กันตั้งแต่ขบวนการสางใย บางครั้งก็ใช้เสื้อผ้าเก่า และแม้แต่ผ้าห่มขนสัตว์เก่าทำเป็นแผ่นรอง ฝีเข็มที่ใช้จึงใหญ่กว่าที่ควิลต์บนแผ่นรองที่ทำจากคอตตอน เพื่อให้ผ้าชั้นต่างๆ ติดกัน  แทบไม่ต้องบรรยายเลยว่า งานควิลต์บนผ้าที่หนาและหนักนี้จะยากเย็นเพียงใด แต่ช่างควิลต์ก็ทำงานออกมาได้อย่างวิเศษ

tips : ความแตกต่างระหว่าง Welsh และ Durham quilt
สถานที่ตั้ง
Durham Quilt อยู่ทางภาคเหนือของบริเตน (Northumberland Durham Yorkshire) เป็นแหล่งเหมืองแร่
Welsh Quilt ผลิตในราชรัฐเวลส์ โดยเฉพาะบริเวณ South Wales

ชิ้นงาน
Durham Quilt นิยมควิลต์บนผ้าสีพื้นทั้งผืน หรือต่อผ้าสีเดียวกันให้ได้ขนาดตามต้องการ มีจุดเด่นอยู่กลางชิ้นงานและมีขนาดใหญ่ ออกแบบลวดลายเป็น Flat iron (รูปสามเหลี่ยม ลักษณะหน้าเตารีดสมัยก่อน) กุหลาบ ขนนก ใบไม้ แล้วก็เติมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จำนวนมากจนเต็มผืนผ้า

Welsh Quilt จะมีโมทีฟตรงกลางเป็นรูปวงกลมหรือสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด มีเส้นสามเส้นซ้อนออกมาเป็นชั้นๆ (Echo quilt) ส่วนพื้นที่ว่างจะเติมรายละเอียดลงไป มีบอร์เดอร์ซ้อนกัน 2-3 ชั้นโดยจะควิลต์เป็นลายโมทีฟ เช่น ใบไม้ spiral Church window ทิวลิป หรือรูปทรงเรขาคณิต แต่จะไม่ใช้ลายขนนก นิยมใช้ลาย Chevron fan และลายทวิสต์เป็นพื้น

การกุ๊นขอบ
ทั้งสองแบบกุ๊นขอบลักษณะเดียวกันคือ Butt หรือ Knife edge ภาษาไทยเรียกการทาบหรือดามผ้า

Advertisements