ในโลกของงานควิลต์ การควิลต์คือการเย็บเพื่อยึดชั้นผ้าหลายๆชั้น อันได้แก่

ผ้าชิ้นบน (Top)  ที่ทำด้วยเทคนิคต่อผ้า หรือแอพพลิเค หรือง่ายๆ คือใช้ผ้าชิ้นเดียว

แผ่นรอง (Batting) ซึ่งทำจากใยไหม ใยฝ้ายไปจนถึงผ้าห่มเก่า หรือแม้กระทั่งผ้าควิลต์ที่ขาดแล้ว ปัจจุบันนิยมใช้แผ่นใยสังเคราะห์

ผ้าปิดหลัง/ผ้าชิ้นหลัง มักทำจากผ้าเรียบๆ ชิ้นเดียวหรือผืนผ้าที่นำมาเย็บต่อกัน

การเย็บผ้าทั้งสามชั้นนี้ให้ติดกัน ก็เพื่อไม่ให้แผ่นรองไหลไปรวมกันที่มุมใดมุมหนึ่งในเวลาที่ใช้งาน และการควิลต์ก็เป็นการตกแต่งอย่างหนึ่งด้วย จึงอาจกล่าวได้ว่า การควิลต์ทำให้เกิดงานควิลต์ ซึ่งก็เป็นจริงตามความเข้าใจ ถ้าเราดูจากหนังสือที่โชว์ผลงานควิลต์ต่างๆทั้งที่เป็นภาพวาดและภาพถ่าย ก็จะเห็นว่า ในแพตเทิร์นแบบเดียวกัน ถ้าควิลต์ต่างกัน ผลงานที่ได้ก็แตกต่างกัน

ฝีเข็มควิลต์ สามารถทำได้ทั้งฝีเข็มสั้นและยาว  จะควิลต์ให้ฝีเข็มดูเท่าๆ กันหรือไม่สม่ำเสมอกันก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้ควิลต์ สามารถทำลวดลายควิลต์แบบอิสระ ไม่มีแบบแผน แต่ก็ต้องวางแผนการทำงานอย่างรอบคอบ ในกรณีเช่นนี้อาจเพิ่มผ้าที่เย็บต่อกันหรือผ้าเรียบๆ เพื่อให้ดูดีขึ้นหรือมีเอกลักษณ์

มนุษย์น่าจะใช้การควิลต์มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำเสื้อผ้าห่อหุ้มร่างกาย มีการค้นพบเสื้อผ้าที่มีการควิลต์แทบจะทั่วทุกมุมโลก เช่น อียิปต์และจีนยุคโบราณ ค้นพบบางส่วนของผ้าควิลต์จากยุคกลางของยุโรป เสื้อควิลต์ที่ใส่ไว้ใต้เกราะที่ทำจากโซ่ของนักรบในสมัยกลาง เพื่อให้เกิดความสบายตัวเมื่อสวมเกราะและช่วยให้ร่างกายอบอุ่นได้ดีเท่าๆ กับการป้องกันหอกดาบของข้าศึก

ในช่วงศตวรรษที่ 17 สตรีทุกชนชั้นในยุโรปสวมชุดชั้นใน หรือ petticoat เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น เสื้อผ้าควิลต์คุณภาพดี โดยเฉพาะเสื้อกั๊กของผู้ชายนั้นเป็นถือว่าเป็นของทันสมัยที่สุดในยุโรปในช่วงระหว่างศตวรรษที่ 17-18

ผ้าคลุมเตียงควิลต์
ดูเหมือนว่าผ้าคลุมเตียงจะพัฒนาขึ้นในยุโรปสมัยกลาง แม้ว่าจะมีผ้าควิลต์แขวนคลุมเตียงที่หนาหนัก เพื่อป้องกันความหนาวเย็นที่คืบคลานเข้าสู่อาคารและแบ่งพื้นที่ส่วนตัวของผู้ที่อยู่อาศัยรวมกัน (Communal living) ซึ่งเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตของคนยุโรปในยุคกลางและก่อนหน้า

ทักษะการทำงานที่จำเป็นในการครีเอทชิ้นงานควิลต์เป็นสิ่งคุ้นเคยและฝึกกันในวงกว้าง เมื่อชาวอาณานิคมเริ่มออกเดินทางหนีความยากจนและการลงโทษของศาสนจักร เพื่อเริ่มต้นชีวิตในโลกใหม่ ชาวอาณานิคมได้นำความรู้ต่างๆ มาด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การฝึกฝนได้ช่วยให้ผู้ตั้งถิ่นฐานอยู่รอดได้ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นและการขาดแคลนสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตในดินแดนที่ล้าหลัง

เมื่อสิ้นสุดศตวรรษที่ 18 การทำผ้าควิลต์คลุมเตียงก็แพร่หลายไปทั่วทั้งสองชายฝั่งแอตแลนติก ในราวศตวรรษที่ 19  การทำงานควิลต์ได้เข้ามาผสมผสานกับชีวิตทั้งในยุโรปและอเมริกา งานควิลต์แบบกรอบรูปหรือ medallion งานควิลต์แบบ Strippy (ต่อแถบผ้าตามแนวตั้ง) และบล็อกแบบต่างๆ ที่ผสมผสานกันเป็นแพตเทิร์นแบบโมเสกและงานแอพพลิเค งานเหล่านี้ก็คืองานควิลต์อย่างแน่นอน แต่ความน่าสนใจหลักที่สื่ออกมาก็คือการจัดวางผ้าที่ประกอบเป็นผ้าชิ้นบน อย่างไรก็ตาม งานควิลต์จากปลายศตวรรษที่ 18 และต้นศตวรรษที่ 19 ก็โชว์ศิลปะของการควิลต์ด้วยมือที่มีคุณภาพ ซึ่งได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีโดยกลุ่มของผู้ทำงานควิลต์แบบดั้งเดิมทั้งสี่เทคนิค

 

 

 

 

 

 

Advertisements