ในงาน Reverse appliqué ประกอบด้วยผ้าสองชิ้นหรือหลายๆ ชิ้นซ้อนกัน และตัดผ้าที่อยู่ด้านบนเป็นลวดลายเพื่อให้ผ้าด้านล่างโชว์ออกมา รูปแบบที่มีวิธีทำใกล้เคียงกันก็คือ Channel appliqué ผลงานที่ทำเสร็จแล้วจะดูเหมือนการวาดภาพลายเส้น ผ้าสองชิ้นซ้อนกัน ส่วนที่เจาะเป็นลวดลายจะอยู่สองข้างของเส้น ซึ่งก็คือผ้าชิ้นบนสุด จากนั้นจึงสอยให้ส่วนของเส้นลวดลายนี้ติดกับผ้าชั้นที่อยู่ด้านล่าง

ในโลกของการเย็บผ้า มีรีเวอร์สแอพลิเคอยู่ 2 แบบ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างดีและมีจุดเริ่มต้นที่อยู่กันคนละซีกโลก
แบบแรก เป็นของชนพื้นเมือง Kuna หรือ cuna ที่อาศัยอยู่ในจังหวัด San Blas และหมู่เกาะริมชายฝั่งแอตแลนติกในแถบปานามา ซึ่งพัฒนางานในรูปแบบของตัวเองเรียกว่า mola แปลว่า shirt หรือ clothing ชาวคูนาใช้โมลานี้เป็นองค์ประกอบในการแต่งกาย โดยเฉพาะเสื้อผ้าของสตรี ซึ่งแต่ดั้งเดิมชาวคูนาจะใช้สีจากธรรมชาติเพ้นท์ร่างกาย แต่หลังจากที่มีพ่อค้านำผ้าและวัสดุตัดเย็บต่างๆ เข้ามาขาย เมื่อราวศตวรรษที่ 19 การเพ้นท์ร่างกายจึงถูกแทนที่ด้วยการทำรีเวอร์สแอพพลิเคบนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย  สีสันที่นิยมใช้ทำโมลาได้แก่ แดง ดำ และส้ม มีสีอื่นบ้างแตก็น้อยมาก หากบริเวณใดของลวดลายต้องการสีสักสีหนึ่งเพียงเล็กน้อย ผู้ทำก็จะสอดผ้าชิ้นเล็กๆ เข้าไปในบริเวณนั้นแทนการซ้อนชั้นผ้าขนาดเท่ากับผ้าชั้นอื่นๆ แรงบันดาลใจของการออกแบบก็มาจากเรื่องของหมู่บ้านและชีวิตในป่า ชิ้นงานของชาวคูนาจะซ้อนผ้าตั้งแต่ 2-7 ชั้น แล้วค่อยๆ เจาะผ้าทีละชั้น ทีละส่วนเพื่อให้สีผ้าด้านล่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาในส่วนที่ต้องการ

แบบที่สอง เกิดขึ้นในอีกซีกโลกหนึ่ง ถือกำเนิดขึ้นจากชาวพื้นเมืองที่เราคนไทยรู้จักกันดีก็คือ “ม้ง” ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองที่มีถิ่นฐานอยู่ในจีน คำว่า “ม้ง” หมายถึง ความอิสระเสรี ดังนั้นม้งจึงอพยพย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ แต่จริงๆ ในการอพยพของเขานั้น มันเป็นภูมิปัญญาอันลึกซึ้งที่คนรุ่นใหม่ๆ ที่สนใจแต่วัตถุจะเข้าใจได้

ม้งอพยพลงมาทางตอนใต้ อาศัยอยู่ในลาว ไทย และตอนเหนือของเวียดนาม มีบทบาทในสงครามอินโดจีน ทั้งในลาวและเวียดนาม เป็นเพื่อนร่วมรบกับอเมริกา เมื่อกองทัพอเมริกันถอนทัพพ้นพื้นที่แถบนี้ในปีค.ศ. 1975 ม้งจำนวนมากที่เข้าข้างอเมริกาจึงต้องละทิ้งบ้านเกิด ลี้ภัยไปอยู่ใน คนเหล่านี้ได้นำพาวัฒนธรรมหลายอย่างๆ ไปสู่อเมริกา รวมถึงงานเย็บปักที่สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคแอพลิเคและรีเวอร์สแอพลิเคที่งดงามและน่าทึ่ง เรียกว่า paj ntab หรือ pa ndau หรือ flower cloth ผ้าเหล่านี้มีใช้เป็นเสื้อผ้า เครื่องใช้ในบ้าน ของตกแต่ง และใช้ในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ตั้งแต่เกิด แต่งงานและตาย

งานผ้าของม้งกับโมลาของชาวคูนามีลักษณะที่ร่วมกันคือ สีสันสดใสและตัดกันอย่างแรง (high contrast) ด้วยสีปฐมภูมิ (แม่สี) ผสมผสานกับการออกแบบที่ได้จากธรรมชาติ  ซึ่งโดยทั่วไปมีรูปทางเรขาคณิตและแอบสแตรค ชื่อลวดลายของผ้าม้งจะเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เช่น ลายเท้าช้าง ลายหัวแกะ ลายบ้านหอยทาก ลายแมงมุมภูเขา ลายหางมังกร และลายดอกบัว  ทั้งผ้าม้งและโมลาจะปักตกแต่งเพิ่มเติมและดัดแปลงเป็นของใช้ต่างๆ เพื่อขายให้กับนักท่องเที่ยว

เพื่อความเข้าใจในการทำงาน เรามีตัวอย่างให้ชมกันค่ะ

Advertisements