ไม่แน่ใจว่าในภาษาไทยเรียกว่าอะไร…งานปะผ้า …งานติดปะผ้า… เพราะเท่าที่ได้ยินก็มักเรียกทับศัพท์ว่า “แอพพลิเค” อันนี้ต้องขอเวลาค้นหนังสือสักพัก งานแอพพลิเคก็เหมือนกับงานปะผุ ตรงไหนผุก็ไปตัดเอาส่วนอื่นที่ยังดีอยู่มาปะทับเข้าไป ซึ่งก็ตรงกับที่มาดั้งเดิม แต่ปัจจุบันงานแอพพลิเคพัฒนาไปไกลกว่านั้น ทั้งยังมีเทคนิคการทำหลากหลาย ซึ่งจะค่อยๆ เล่าสู่กันฟังต่อไป

แอพพลิเคเป็นชื่อของเทคนิคการตกแต่งอย่างหนึ่ง ที่ใช้วิธีตัดผ้าเป็นรูปทรงหรือโมทีฟแล้วปะลงไปบนผ้าอีกชิ้น ซึ่งในการทำงานจะเรียกว่า “ผ้าแบ็คกราวนด์” ที่มีลักษณะต่างจากผ้าโมทีฟ

แอพพลิเคเป็นวิธีตกแต่งสิ่งทอที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน  และพบได้ในสิ่งของที่ทำจากผ้าที่มีอยู่ในโลกนี้ แม้ในบางครั้งอาจถูกจัดไว้ในหมวดงานปักก็ตาม ทั้งยังเกี่ยวข้องกับการทำงานควิลต์มายาวนาน มีรูปแบบมากมายและแต่ละแบบให้ความสวยงามที่แตกต่างกัน

ไอเดียการตกแต่งด้วยการแอพพลิเคอาจมาจากการปิดรูที่ขาดบนเสื้อผ้าหรือของใช้ที่ทำจากผ้าในบ้าน เป็นที่รู้กันว่า พระราชินีแมรีแห่งสก็อตต์เป็นผู้ครีเอทงานแอพพลิเคในขณะที่ถูกขังคุกตามคำสั่งของพระราชินีอลิซาเบ็ธที่ 1 เมื่อราวศตวรรษที่ 16 และต่อมาเทคนิคนี้ก็แพร่หลายไปทั่วยุโรป งานแอพพลิเคเป็นวิธีประหยัดแบบหนึ่ง ที่ช่วยทำให้เสื้อผ้าและสิ่งทอต่างๆที่ชำรุดใช้งานได้อีก ทั้งนี้เพราะในสมัยนั้นผ้าคอตตอนพิมพ์ลายจากอินเดียที่นำเข้ามาในยุโรปมีจำนวนจำกัดและราคาแพง  ผ้าจึงถือเป็นสิ่งของที่มีมูลค่า ซึ่งต้องหาวิธีดูแลให้ใช้งานได้คุ้มค่าเท่าที่จะทำได้ การทำแอพพลิเคจึงกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาก  เพราะสามารถตัดโมทีฟจากผ้าที่ยังเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยและติดทับบนรูหรือรอยขาดของผ้าแบ็คกราวนด์ก็ทำให้สิ่งของนั้นกลับมามีชีวิตใหม่

ตัวอย่างงานแอพพลิเค ผลงานของ Minami Kumiko

ในบริเตน ผ้ามัสลิน (Calico) จากอินเดียเป็นสินค้านำเข้าที่ต้องควบคุม เพราะชาวอังกฤษบังคับชาวพื้นเมืองให้ปั่นด้ายและทอผ้าเพื่อส่งมาขายในยุโรป เช่นเดียวกับอาณานิคมอเมริกา ในศตวรรษที่ 18 อังกฤษก็เก็บภาษีจากผ้าที่ส่งมาขาย ทั้งยังห้ามมีหูกและเครื่องปั่นด้ายไว้ใช้ในบ้าน  ผ้าจึงเป็นสินค้าที่มีมูลค่า แม้จะเป็นเพียงเศษผ้าก็ต้องนำกลับมาใช้ใหม่

หลังจากสงครามปฏิวัติอเมริกา หูกและเครื่องปั่นด้ายที่เคยนำเข้ามาอย่างลับๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษอย่างรุนแรงได้ถูกยกเลิก   ในราวต้นศตวรรษที่ 19 อเมริกาก็เริ่มเติบโตและมั่นคง อุตสาหกรรมสิ่งทอมีศูนย์กลางอยู่ที่นิวอิงแลนด์ และเริ่มผลิตผ้าเพื่อใช้ภายในประเทศ ราคาผ้าถูกลงบ้าง แต่ก็ยังต้องนำเข้าผ้าอยู่เช่นเดิม ราคาผ้าก็ยังคงแพงอยู่

การทำแอพพลิเคโดยหลักๆ แต่เดิมนั้นเพื่อซ่อมแซมเครื่องใช้ในบ้าน เช่น  ผ้าและม่านที่ใช้แขวนตกแต่งเตียง เพื่อป้องกันอากาศหนาวและเก็บความร้อนในเวลาที่จุดเตาผิงก่อนการทำผ้าห่มควิลต์  ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 – ต้นศตวรรษที่ 19 งานแอพพลิเคด้วยมือนิยมทำกันอย่างกว้างขวางในหมู่ช่างควิลต์ และเมื่อราคาผ้าถูกลง การทำแอพพลิเคในงานควิลต์ก็ยิ่งดูดีขึ้น บราบารา บรัคแมน นักประวัติศาสตร์ควิลต์สันนิษฐานว่า อีกองค์ประกอบที่ทำให้งานแอพพลิเคได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในงานควิลต์มาจากอุตสาหกรรมเข็มหมุด ซึ่งเป็นอุปกรณ์เล็กๆ ที่ช่วยให้การทำงานแอพพลิเคง่ายขึ้นและมีราคาที่ช่างเย็บผ้าซื้อหาได้  การต่อผ้า การควิลต์ด้วยมือจึงพัฒนาเคียงคู่มากับงานแอพลิเค รวมถึงความพยายามทำให้งานมีความงามในเชิงศิลปะได้ดีพอๆ กับการเป็นผ้าห่มอุ่นสบายที่ทุกๆ บ้านต้องมีไว้ใช้

ตัวอย่างงานแอพพลิเค ผลงาน Takahara Yukari

ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ควิลต์ประเมินว่า งานแอพพลิเคควิลต์ ไม่ได้ใช้งานในชีวิตประจำวัน   แต่จะเก็บไว้ใช้ในงานสำคัญๆ  หรือใช้เป็นของขวัญในงานแต่งงาน และถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ต้องดูแลรักษาอย่างดี ทั้งนี้เพราะกว่าจะทำเสร็จต้องใช้เวลานาน งานแอพพลิเคสวยงามจำนวนมากที่มีเหลือมาจนปัจจุบันมักทำงานวัสดุคุณภาพดี  ทั้งยังใช้งานน้อยมากจึงมีเหลือตกทอดมาให้เห็น  งานแอพพลิเคควิลต์จำนวนมากที่พบทำโดยหญิงสาวที่อายุยังน้อย เปรียบเสมือนสินเดิม หรือทรัพย์ก้นหีบของฝ่ายหญิงที่แสดงให้เห็นทักษะการใช้เข็มและด้าย

รูปทรงโค้งที่งานแพตช์เวิร์คทำไม่ได้  ในงานแอพพลิเคถือเป็นเรื่องง่ายมาก  ชิ้นงานแอพพลิเคจำนวนมากมีดีไซน์ที่ซับซ้อนและต้องทำด้วยเทคนิคแอพพลิเคเท่านั้น จึงนิยมใช้อย่างแพร่หลายในงานควิลต์ที่ทำเป็นรูปภาพ (Pictorial block quilt)

ผลงานแอพพลิเคแต่ดั้งเดิมนิยมออกแบบเป็นรูปทรงในธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดอกไม้และพืชพรรณอื่นๆ สัตว์ก็มี เช่น นกและแมลงต่างๆ  นอกจากนี้ก็ดัดแปลงโมทีฟลายปักแบบทิวดอร์และจาโคเบียนในศตวรรษที่ 17-18  มาใช้ในการทำผ้าคลุมเตียง มีการแลกเปลี่ยนไอเดียการทำงานควิลต์จากอเมริกาเหนือไปยังอังกฤษและอาณานิคมต่างๆ  แต่ก็มีติดขัดบ้างในช่วงสงคราม ในช่วงปี 1776-1778 และปี 1812  ในศตวรรษที่ 19 ช่างควิลต์ชาวอเมริกันเริ่มทำงานควิลต์กันมากขึ้นและเริ่มใช้วิธีทำเป็นบล็อก  โดยการดัดแปลงแพตเทิร์นแอพพลิเคให้เข้าไปอยู่ในผืนผ้าสี่เหลี่ยมซึ่งเป็นผ้าแบ็คกราวนด์ มีข้อดีคือ สามารถเก็บบล็อกที่ทำแยกไว้ก่อน เมื่อได้จำนวนที่ต้องการก็นำมาต่อกันเป็นผืน

รูปทรงแบบพวงหรีดจึงสามารถเข้าไปอยู่ในบล็อกได้อย่างสวยงาม การเพิ่มดอกไม้และใบไม้ช่วยสร้างเสน่ห์ให้ผลงาน มีแพตเทิร์นจำนวนมากที่ออกแบบเป็นแนวทะแยง และซ้ำโมทีฟที่แต่ละมุม บางชิ้นงานมีโมทีฟหลักโดดเด่นอยู่ตรงกลาง และมีองค์ประกอบอื่นๆ อยู่ล้อมรอบ ลักษณะของดีไซน์ก็มีทั้งที่ดูทันสมัยมากๆ ไปจนกระทั่งดูเหมือนจริงมากๆ มีทั้งบางแบบที่ดูเรียบง่ายไปจนถึงแบบที่ซับซ้อน อย่าง ใบไม้ บางครั้งออกแบบให้ดูเหมือนจริง แต่ก็มีเถาหรือจัดช่อ /รูปแบบให้ดูสมัยใหม่ บางทีก็ใช้ตกแต่งบอร์เดอร์หรือบริเวณที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ

(มีต่อ)

Advertisements