แพตเทิร์น Folded Patchwork ส่วนใหญ่ หากดูรูปลักษณ์แล้วก็ชวนให้คิดว่าต้องเกี่ยวข้องกับการพับกระดาษแบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า “โอริกามิ” แน่ๆ นักประวัติศาสตร์บางคนถึงกับบอกว่า แท้จริงแล้วงานนี้มีต้นกำเนิดมาจากแถบตะวันออกไกล (Far East) ทั้งยังบอกว่าแพตเทิร์นรุ่นแรกๆ ที่รู้จักกัน อย่างเช่น Cathedral Window นั้นมาจากเกาหลีและจีน ยิ่งไปกว่านั้น แพตเทิร์น cathedral window และแพตเทิร์นใกล้เคียงที่เรียกว่า secret garden ก็ยังมีแพตเทิร์น folded patchwork แบบดั้งเดิมจำนวนหนึ่ง

Yo Yo หรือ Suffolk Puff  ซึ่งมักพบในงานควิลต์แบบ novelty และสิ่งของอื่นๆ จนกระทั่งถึงต้นศตวรรษที่ 20 เป็นอย่างน้อย และดีไซน์หนึ่งที่เรียกว่า folded star หรือบางทีก็เรียก somerset patchwork ก็เป็นงานดีไซน์หนึ่งของ folded patchwork ที่มีประโยชน์ในการเป็น table mat และของใช้อื่นๆ ที่คล้ายกัน แต่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนักในงานควิลต์ ส่วนงาน folded patchwork แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นก็ยังคงมีอยู่ด้วย

เทคนิคการพับผ้าในงานแพตช์เวิร์คและควิลต์นี้ กลายมาเป็นผลงานสร้างชื่อให้ควิลเตอร์ชาวอังกฤษ Jennie Rayment ซึ่งใช้เทคนิคการทำเกล็ดและจับจีบ (Tucking & Pleating) สร้างชิ้นงานและเขียนหนังสือ Creative Tucks and Textures for Quilts and Embroidery อธิบายเทคนิคการทำงานไว้อย่างน่าสนใจ

Cathedral window  หน้าต่างโบสถ์
เป็นแพตเทิร์น Folded Patchwork ที่รู้จักกันมากที่สุด บางครั้งก็เรียกว่า  Mayflower เนื่องจากมีตำนานเล่าขานว่า  กลุ่มผู้เดินทางกลุ่มแรกได้ทำผ้าคลุมเตียงด้วยเทคนิคนี้ในขณะที่อยู่บนเรือที่มุ่งหน้ามาทวีปอเมริกาเหนือ จะว่าไป เทคนิคการทำงานดูค่อนข้างสมัยใหม่ ทั้งนิยมทำกันมากในช่วงทศวรรษที่ 20-30 ซึ่งเป็นช่วงเศรษฐกิจตกต่ำของอเมริกา เป็นช่วงเวลาที่ช่างควิลต์ต่างแสวงหาแนวทางการใช้เศษผ้าและผ้าที่ใช้แล้ว ซึ่งแพตเทิร์นนี้ก็มี “หน้าต่าง” ที่ต้องใช้เศษผ้าอยู่พอดี ทั้งผ้าที่เป็นแบ็คกราวนด์ก็ใช้ผ้าที่ราคาไม่แพง เช่น มัสลิน (ชาวอังกฤษ เรียก Calico)

ผ้าคลุมเตียงที่ทำจากแพตเทิร์น Cathedral window โดยเทคนิคแล้วไม่ใช่งานควิลต์ เพราะไม่มีชั้นแผ่นใยและผ้าชิ้นหลังก็เลยไม่ต้องควิลต์ แต่เนื่องจากมีชั้นผ้า ซึ่งก็คือการพับผ้าซ้อนๆ กัน เริ่มจากพับเก็บริมผ้าทุกด้าน จับมุมผ้าแต่ละด้าน พับเข้ามาตรงกลาง จากนั้นพับซ้ำอีกที ได้ชิ้นงานรูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่คลี่รอยพับได้ เย็บชิ้นงานให้ติดกัน วางผ้าสี่เหลี่ยมสีต่างๆ ลงไปปิดรอยตะเข็บที่ต่อผ้า แล้วม้วนผ้าที่พับไว้หุ้มริมผ้าสีแล้วสอย ชิ้นงานที่ทำเสร็จดูคล้ายกระจกสีหรือ Stained-glass ในโบสถ์  แต่ถ้าการทำงานกลับกัน คือพับริมผ้าทุกด้าน แล้วพับเป็นรูปสี่เหลี่ยมแค่ครั้งเดียว วางผ้าสีตรงกลาง ม้วนสันพับแล้วสอย ลักษณะเหมือนกลีบดอกไม้สี่กลีบในกรอบสี่เหลี่ยม เรียกแพตเทิร์นนี้ว่า Secret garden

YO YO
แพตเทิร์น Folded Patchwork  อีกแบบหนึ่งของยุคเศรษฐกิจตกต่ำที่รู้จักกันก็คือ Yo Yo หรือที่ชาวอังกฤษเรียกว่า Suffolk Puff ซึ่งเหมือนกับ Cathedral window  คือไม่มีชั้นแผ่นใยและผ้าชิ้นหลัง จึงไม่ใช่งานควิลต์เสียทีเดียว แต่สามารถนำมาทำผ้าคลุมเตียง ปลอกหมอนที่สวยงาม ทั้งยังเอามาร้อยเข้าด้วยกันเพื่อทำของเล่นจากผ้า รูปสัตว์หรือรูปตัวตลก  นอกจากนี้ยังสามารถนำไปประดับตกแต่งเป็นดอกไม้ หรือผลไม้ประเภทเบอร์รี่ได้  ด้วยการสอยซ่อนด้าย เพื่อติดโยโย่ไว้บนชิ้นงานและใช้ลายปักแบบต่างๆ ปักประกอบเพื่อสร้างเรื่องราวให้ลวดลาย

รูปทรงกลมๆ ของโยโย่นั้นเริ่มต้นจากการตัดผ้าเป็นวงกลม ขนาดใหญ่กว่าขนาดที่ต้องการใช้  2 เท่า พับริมแล้วด้นตะลุยรอบวงกลม จากนั้นก็รูดด้ายให้แน่น  ส่วนของริมผ้าที่รูดจะรวมกันอยู่ตรงกลาง เย็บติดให้แน่น จากนั้นนำโยโย่ที่ได้มาเย็บต่อกันตรงจุดที่วงกลมแต่ละวงสัมผัสกัน  ชิ้นงานที่ได้จะดูโปร่ง

Folded Star
บางครั้งก็เรียกว่า Somerset Patchwork  หรือ LaGrange Trivet  ลักษณะเป็นดาวแปดแฉกซ้อนกันหลายชั้น ซึ่งจริงดูๆ แล้วก็ไม่เหมาะเป็นงานควิลต์นัก แต่เหมาะเป็นแผ่นรองจานอาหารและรองภาชนะร้อนๆ มากกว่า เพราะชิ้นงานเป็นแผ่นหนา หรือใช้แขวนประดับตกแต่งต้นคริสมาสต์ได้ แต่ส่วนใหญ่ใช้ติดกระเป๋าทั้งใบเล็กใบใหญ่เพื่อความสวยงาม

ชิ้นงานเกิดจากการพับครึ่งผ้ารูปสี่เหลี่ยมและพับมุมเข้ามาหากึ่งกลาง ได้รูปสามเหลี่ยมด้านเท่า นำมาต่อกันเป็นสี่เหลี่ยม วางชั้นต่อไปตามแนวกากบาท และวางชั้นต่อไปตามแนวทะแยง จะได้รูปดาวแปดแฉก แต่ละชั้นที่วางต้องเนาทั้งหมดให้ติดกัน เมื่อเสร็จแล้วให้ตัดให้ได้รูปทรงที่ต้องการ แล้วกุ๊นขอบ ในภาพประกอบเป็นงานของชาวเขา เข้าใจว่าน่าจะได้เทคนิคการทำงานจากมิชชันนารีที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนา

Japanese Folded Patchwork
เป็นเทคนิคการพับแบบชาวญี่ปุ่น ซึ่งต่างจากวิธีพับแบบที่กล่าวมาแล้ว เนื่องจากแต่ละยูนิตของชิ้นงานมีแผ่นใยและผ้าชิ้นหลัง สามารถนำแต่ละยูนิตมาเย็บประกอบกัน ส่วนใหญ่มักตัดผ้าเป็นรูปกลม มีบ้างที่เป็นรูปหกเหลี่ยม และตัดแผ่นใยและผ้าอีกสีเป็นสี่เหลี่ยมตามขนาดที่ต้องการ วางซ้อนกัน แล้ววางบนผ้าที่ตัดเป็นทรงกลม พับผ้าหุ้มแผ่นใย แล้วสอยให้ติดกัน ปัจจุบันพัฒนารูปทรงไปอย่างหลากหลายและน่าสนใจ ในภาพเป็นชิ้นงานที่ในญี่ปุ่นเรียกว่า Scallop quilt

Advertisements