แพตเทิร์นดาว ปรากฏในงานแพตช์เวิร์คควิลต์น่าจะมากกว่าแพตเทิร์นอื่นๆ มีทั้งที่เป็นการต่อผ้า แอพลิเค และควิลต์ มีตั้งแต่ต่อผ้าไม่กี่ชิ้น เช่น Four-points star ไปจนถึงแบบที่ต่อผ้ามากๆ และมีขนาดใหญ่ อย่าง Marina’s compass ทั้งในแซมเปิลควิลต์สมัยใหม่ก็ต้องมีอย่างน้อยบล็อกหนึ่งที่เป็นรูปดาว หรือไม่ก็ใช้แพตเทิร์นดาวแบบต่างๆ ทำชิ้นงาน

แพตเทิร์นในงานแพตช์เวิร์คมีจำนวนไม่น้อยที่มีคำว่า “Star” หรือดาวอยู่ในชื่อ และมีอีกจำนวนไม่น้อยที่เป็นรูปดาว แต่ไม่ได้ชื่อดาว แพตเทิร์นดาวทำจากผ้าชิ้นเล็กๆ ในงานรุ่นโบราณที่เหลือให้เห็นถึงปัจจุบันมีไม่น้อยที่ทำจากเศษผ้า สามารถทำให้ใหญ่ได้ถึงขนาดที่วางไว้กลางผืนผ้าแบบ Medallion Quilt รวมถึงทำเป็นขนาดอื่นๆ ได้อีกมากมายตามต้องการ

ในการทำงาน เราใช้รูปสามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสร้างแฉกดาวได้ และยังประยุกต์แบบออกไปได้มากมายหลากหลาย ทั้งแบบง่ายๆ อย่าง ดาวสี่แฉก (Four-point star) เช่น Friendship Star ซึ่งใช้แพตเทิร์นสามเหลี่ยมมุมฉากและ Periwinkle ที่ต่อผ้าเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า นอกจากนี้ก็มีดาวแปดแฉก ส่วนดาวหกแฉกก็มีไม่น้อยที่สร้างจากรูปสามเหลี่ยมและสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน

ดาวสี่แฉก (Four-point star)
ในขณะที่เฟรนด์ชิปสตาร์น่าจะเป็นแพตเทิร์นที่ง่ายที่สุดของแพตเทิร์นดาว แต่ก็ไม่ได้มีเพียงเวอร์ชั่นนี้ เฟรนด์ชิปสตาร์ยังทำจากบล็อกนายน์แพชต์ได้เหมือนๆ กับแพตเทิร์นดาวหลายๆ แบบ ที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Nine Patch Stars ซึ่งมีรูปสามเหลี่ยมมุมฉากที่มุมของแพตเทิร์นดาว เพื่อให้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวผ่านพื้นที่ว่าง

แพตเทิร์นที่เรียกว่า Blazing star หรือ mother’ s delight  และ North Star เป็นแพตเทิร์นประยุกต์จากดาวสี่แฉกที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งสองแพตเทิร์นนี้ใช้รูปสามเหลี่ยมหันด้านยาวชนกันและใช้สีคอนทราสต์กัน laced star ก็เป็นแพตเทิร์นดาวสี่แฉกที่ใช้สามเหลี่ยมเล็ก-ใหญ่ไขว้กัน แพตเทิร์น Barbara Bannister Star ที่ดูซับซ้อนและลวงตานั้นมีพื้นฐานจากแพตเทิร์นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน

ดาวแปดแฉก (Eight-point star)
Variable star และ Ohio Star เป็นบล็อกนายน์แพตช์ที่ทำง่ายที่สุดในแพตเทิร์นดาวแปดแฉก ทั้งสองใช้สีคอนทราสต์กันที่แบ็กกราวนด์และแฉกดาว สร้างแบบก็ง่าย ใช้วิธีตัดสตริปแล้วเย็บด้วยเทคนิคเย็บต่อเนื่อง (Chain Stitch) ได้ จึงเป็นโปรเจ็คท์ยอดนิยมในเวิร์คชอประดับ beginner แพตเทิร์นประยุกต์ของ Ohio Star ที่มีพื้นฐานจากสี่เหลี่ยมเก้าชิ้นขนาดเท่ากัน และแบบที่ทำเป็นจำนวนคู่ด้วยการแบ่งบล็อกออกเป็น 16 ส่วนเท่าๆ กัน

ดาวแปดแฉกอีกกลุ่ม ทำจากสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน 45 องศา เช่น Le Moyne หรือ Lemon Star ซึ่งใช้สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน 8 อันกับการเพิ่มสี่เหลี่ยมที่มุมและสามเหลี่ยมที่แฉกดาว เพื่อให้ได้บล็อกรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส Lone Star และ star of Bethlehem ซึ่งเริ่มต้นตรงกลางด้วยแพตเทิร์น Le Moyne star และมีรัศมีกระจายออกมาเป็นวงสี ซึ่งให้ภาพที่ดูน่าสนใจ

ในงานชิ้นใหญ่ๆ Le Moyne star และ star of Bethlehem จะจบด้วยแพตเทิร์นสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ ต่อกัน แล้วควิลท์เพื่อโชว์ฝีมือ ลวดลายที่ซับซ้อนกว่านี้ก็ยังมี เช่น Broken Star หรือ Carpenter wheel ซึ่งมีวงรัศมีรูปข้าวหลามตัดอยู่ถัดออกมาจากแพตเทิร์น Le Moyne Star ที่อยู่ตรงกลางถึงสามชั้น

Le Moyne star เป็นลายเก่าแก่ที่ได้ชื่อมาจากสองพี่น้อง Pierre และ Jean-Baptiste LeMoyne ผู้ค้นพบเมืองนิวออร์ลีน ในศตวรรษที่ 18 ส่วน Lone Star ก็มีปรากฏในประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์การประกาศอิสรภาพของสาธารณรัฐเท็กซัส (Republic of Texas) Lone Star เป็นส่วนหนึ่งบนผืนธงของรัฐ เมื่อเท็กซัสเข้ารวมประเทศในปีค.ศ. 1845

ชื่อทั้งสองนี้มักใช้เป็นตัวอย่างของชื่อที่เปลี่ยนไปตามที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ Le Moyne star ออกแบบขึ้นมาในขณะที่เดินทางไปทางเหนือ ซึ่งเป็นบริเวณที่สองพี่น้องรู้จักน้อยมาก ต่อมาก็เรียกเพี้ยนเป็น Lemon Star ส่วน Lone Star ก็เป็นชื่อที่รู้จักกันดีในเท็กซัส ส่วนเพนซิลเวเนียก็เรียก star of Bethlehem ส่วนในมิสซูรีก็เรียก star of the East

ชื่อของแพตเทิร์นดาว
ชื่อของแพตเทิร์นจำนวนมากสูญหายไปกับกาลเวลา บางครั้งรูปแบบการดีไซน์ก็ดูใกล้เคียงกันทั้งในแง่บุคคลและเหตุการณ์ นี่เป็นตัวอย่างของแพตเทิร์นดาวจำนวนหนึ่ง

Tippecanoe and Tyler-Too

Tippecanoe and Tyler-Too เป็นดีไซน์ที่ซับซ้อนขึ้นของบล็อกโฟร์แพชต์ที่ได้ชื่อจาก William Henry Harrison ผู้ว่าการรัฐและนายทหารที่ต่อสู้กับเผ่า Shawnee ที่ Tippecanoe ในเขตอินเดียแอนาเมื่อปีค.ศ. 1811 แฮร์ริสันมีชื่อเล่นว่า Old Tippecanoe ต่อมาในปีค.ศ.1836 ลงเลือกตั้งประธานาธิบดีแต่ไม่ได้รับเลือก ในปีค.ศ. 1840 ลงสมัคร Whig Party (เข้าใจว่าเป็นสภาการปกครองของอเมริกาในยุคแจ็คสัน ค.ศ.1833-1856 หรือการหยั่งเสียงตามรัฐต่างๆ ในการลงเลือกตั้งประธานาธิบดีของอเมริกา) คู่กับ John Tyler ทั้งสองได้รับการเลือกตั้ง แฮร์ริสันได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 9 ของอเมริกา ด้วยสโลแกนที่ว่า Tippecanoe and Tyler, Too, ช่างควิลต์จึงสร้างแพตเทิร์นนี้ขึ้นมา แฮร์ริสันอายุ 68 ปีเมื่อเขาได้รับเลือก ซึ่งเป็นประธานธิบดีที่มีอายุมากที่สุด จนกระทั่งมาถูกตัดหน้าไปโดยโรนัลด์ เรเกน ซึ่งสมัครรับเลือกตั้งใน 140 ปีต่อมา แฮร์ริสันเป็นคนแรกที่เสียชีวิตในระหว่างดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

Clay’s choice

การเลือกตั้งในปีค.ศ. 1844 มีผู้เข้าชิงชัยคือ Henry Clay วุฒิสมาชิกจากรัฐเคนตักกี แต่เคลย์แพ้การเลือกตั้ง และเพื่อรำลึกถึงเคลย์ จึงตั้งชื่อแพตเทิร์นดาวอันหนึ่งว่า Clay’s Choice หรือที่รู้จักกันดีว่า Harry’s Star และ Henry of the west

Dolley Madison’s star

Dolley Madison’s star เป็นแพตเทิร์นที่พัฒนาจากบล็อกนายน์แพชต์ ได้ชื่อตามภรรยาของประธานาธิบดีคนที่ 4 คือ Jame Madison แต่เดิม Dolley Payne Todd เป็นแม่หม้ายที่แต่งงานกับเมดิสันในขณะที่เขาดำรงตำแหน่งในสภาคองเกรสเมื่อปีค.ศ. 1794 ขณะนั้นเมดิสันเป็นเลขาฯ ของประธานาธิบดีทอมัส เจฟเฟอสัน ซึ่งเป็นพ่อหม้าย เธอจึงต้องคอยดูแลรับใช้ในทำเนียบขาว ในปีค.ศ.1809 เมดิสันได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เธอจึงได้เป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศ ในปีค.ศ. 1814 กองทัพอังกฤษได้บุกยึดเมือง ทำให้ทำเนียบขาวถูกเผา เธอได้เก็บเอกสารต่างๆ รวมถึงคำประกาศอิสรภาพและรูปของจอร์จ วอชิงตันที่วาดโดยกิลเบิร์ต สจ๊วต หนีออกจากทำเนียบไปซ่อนตัวในป่าที่เวอร์จิเนีย และด้วยคุณความดีนี้ช่างควิลต์จึงออกแบบแพตเทิร์นขึ้น

ดาวหกแฉก (Six-Point Star)
ดาวหกแฉกพัฒนาขึ้นจากสามหลี่ยมด้านเท่าหรือสี่เหลี่ยมขนมปียกปูน 60 องศา การทำแพตเทิร์นใช้วงเวียนวาดเช่นเดียวกับดาวแปดแฉก แต่ดาวแปดแฉกพัฒนามาจากสี่เหลี่ยมขนมปียกปูน 45 องศา ซึ่งบ่อยครั้งที่การทำงานด้วยเทคนิค English paper piecing สามารถต่อรวมกับรูปหกเหลี่ยมและสามเหลี่ยมด้านเท่า เกิดเป็นดีไซน์ที่น่าสนใจ แพตเทิร์นเช่น Eisenhower Star, Tea Box, Ozark Diamond และ Savannah Star ซึ่งออกแบบโดยการเพิ่มสามเหลี่ยมด้านเท่าที่ด้านต่างๆ ของรูปหกเหลี่ยม

เข็มทิศของนักเดินเรือ (Mariner’s Compass)
สิ่งหนึ่งที่ทดสอบทักษะขั้นสูงสุดของช่างควิลต์คือ แพตเทิร์น Mariner’s Compass หรือเข็มทิศของนักเดินเรือ ซึ่งมีรัศมีกระจายออกเป็นวงจากจุดกึ่งกลาง ดูคล้ายเข็มทิศที่นักเดินเรือใช้ในยุคแรกๆ และเกี่ยวข้องกับประวัติการตั้งถิ่นฐานตามชายฝั่งนิวอิงแลนด์ ตามการค้นคว้าของนักประวัติศาสตร์ควิลต์ Carter Houck กล่าวว่า เรือที่นำผู้แสวงโชคจากยุโรปสู่อเมริกาเหนือในระหว่างปลายศตวรรษที่ 17 นั้นน่าจะบรรทุกเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ มาด้วย

แพตเทิร์นนี้ใช้แฉกดาวได้ทั้ง 6 10 หรือ 12 แฉก แต่ที่นิยมคือ 8 แฉก และในบล็อกมีรัศมีออกมาไม่น้อยกว่า 16 แฉก และอาจมากถึง 32 หรือ 64 แฉก แถวที่แผ่ออกไปและจำนวนของแฉกดาวที่เพิ่มขึ้นจะมีรูปทรงที่ยาวขึ้นและเย็บยากขึ้น

ดาวขนนก (Feathered Star)
ในแพตเทิร์นนี้ เรายังคงมองเห็นรูปทรงของดาวอยู่ แต่ขอบๆ ของดาวมีแถบของ “ขน” หรือแถบรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็กในสีอ่อนหรือเข้ม ขึ้นอยู่กับสีของแพตเทิร์นดาวที่อยู่โดยรอบ แพตเทิร์นนี้บางครั้งก็เรียกว่า “ดาวฟันเลื่อย” (Sawtooth Star) แถบผ้ารูปสามเหลี่ยมมักวางบนขอบสามเหลี่ยมที่เป็นแฉกดาว โดยด้านตรงข้ามของแฉกดาวจะหันรูปสามเหลี่ยมต่างกัน ให้ภาพเหมือนดาวที่แตกตัวออก ดาวฟันเลื่อยมักใช้เป็นจุดศุนย์กลางของ Medallion Quilt ซึ่งนิยมทำกันมากในแถบสองฟากฝั่งแอตแลนติก ช่วงต้นทศวรรษที่ 1800

ในประวัติศาสตร์ คู่สีขาว-ฟ้า และขาว-แดง เป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในแวดวงศิลปะตกแต่ง คู่สีขาว-ฟ้าในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 นี้น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากผ้าคลุมเตียง (Coverlets) ทอด้วยขนสัตว์ย้อมสีคราม (Indigo) กับผ้าฝ้ายและลินินสีขาว คู่สีขาว-แดงได้รับความนิยมเมื่อมีการพัฒนาสีย้อม ที่รู้จักกันดีคือ Turkey Red ซึ่งซักแล้วสีไม่ตกใส่กัน

Advertisements