ในทางเรขาคณิตแบ่งรูปทรงสามเหลี่ยมออกเป็นหลายแบบ คือ สามเหลี่ยมด้านเท่า (equilateral) ซึ่งแต่ละมุมที่อยู่ภายในกาง 60 องศา และแขนทั้งสามด้านยาวเท่ากัน สามเหลี่ยมหน้าจั่ว (isosceles) ซึ่งมีแขนสองข้างยาวเท่ากัน และมีมุมภายในสองด้านเท่ากัน และสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า (scalene) ซึ่งแขนและมุมทั้งสามไม่เท่ากันเลย นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งเป็นอย่างอื่นได้อีก เช่น สามเหลี่ยมมุมฉาก สามเหลี่ยมมุมแหลม สามเหลี่ยมมุมป้าน

ในงานแพตช์เวิร์คส่วนใหญ่ใช้สามเหลี่ยมมุมฉาก (right-angle triangle)  เพราะแบ่งจากรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสได้ง่ายด้วยการตีเส้นทะแยงมุม รูปสามเหลี่ยมสร้างเป็นแพตเทิร์นได้มากมาย ทั้งแบบง่ายๆ ไปจนถึงซับซ้อน การตัดผ้าให้แขนสองข้างที่ประชิดกันอยู่ในแนวเกรนผ้า ทำได้ง่ายกว่าการตัดให้แขนตรงข้ามอยู่ในแนวเกรนตรง เพราะด้านที่อยู่ในแนวเฉลียงสองด้านจะยืดง่าย ทำให้เย็บยาก

ตัวอย่างของแพตเทิร์นโฟร์แพตช์ที่ประกอบจากสามเหลี่ยมมุมฉาก คือ Broken Dishes ซึ่งเมื่อนำหลายๆ บล็อกประกอบกัน ก็ทำให้ดูเหมือนเศษจานที่แตกกองอยู่บนพื้น แพตเทิร์นนายน์แพตช์แบบง่ายๆ อย่าง Ohio Star และ Shoofly ต่างก็ใช้รูปสามเหลี่ยมสามมุมฉากด้วยเหมือนกัน

วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ได้รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนแท้ (True Diamond) หรือบางทีก็เรียกข้าวหลามตัด ก็คือ การตั้งมุมสี่เหลี่ยมจัตุรัสขึ้น แต่เราสามารถทำให้งานดูน่าตื่นเต้นได้ด้วยการสร้างสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนด้วยสามเหลี่ยมด้านเท่าและสามเหลี่ยมมุมฉาก ซึ่งทั้งสองแบบจะได้สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนต่างกัน คือ แบบที่สร้างด้วยสามเหลี่ยมมุมฉากจะดูผอมเพรียวกว่าและเรียกว่า 45–degree Diamond ส่วนที่สร้างด้วยสามเหลี่ยมด้านเท่าเรียกว่า 60–degree Diamond  ในการตัดผ้าต้องให้สองด้านที่อยู่ในแนวเกรนผ้า และมีสองด้านอยู่ในแนวเฉลียง  ทั้งรูปสามเหลี่ยมและสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนใช้ในแพตเทิร์นรูปดาวและฟันเลื่อย (Sawtooth) มากพอกับการใช้ชิ้นเดียวในลักษณะลายแบบโมเสก (การใช้แพตเทิร์นเดียวซ้ำๆ กัน)

Tips คุณสมบัติของรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
-ความยาวของด้านยาวเท่ากันหมดทุกด้าน
-ด้านตรงข้ามขนาน
-เส้นทแยงมุมยาวไม่เท่ากัน แต่แบ่งครึ่งซึ่งกันและกันและตัดกันเป็นมุมฉาก
-มุมตรงข้ามกางเท่ากัน

การสร้างแบบ
ทั้งสามเหลี่ยมและสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน สามารถสร้างด้วยวงเวียนได้ วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ การลากเส้นทะแยงในรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งได้สามเหลี่ยมที่ฐานยาวกว่าแขนสองด้าน แต่ถ้าลากเส้นทะแยงในรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็จะได้สามเหลี่ยมด้านไม่เท่า 2 รูป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพตเทิร์นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน การตัดทะแยงมุมสี่เหลี่ยมจัตุรัสสองครั้งได้สามเหลี่ยมด้านเท่าสี่ชิ้น ซึ่งประกอบเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนได้ สิ่งนี้เป็นเคล็ดลับการกะประมาณเพื่อตัดผ้าคือ ถ้าตัดทะแยงครั้งเดียว ต้องเผื่อตะเข็บประมาณ 7/8 นิ้ว (2.2225 ซม.) แต่ถ้าตัดแบ่ง 2 ครั้งต้องเผื่อประมาณ 1 ¼  นิ้ว (3.175 ซม.) ถ้าเอาชัวร์ ก็ให้วาดแพตเทิร์นบนกระดาษ เผื่อตะเข็บแล้ววัดขนาดเพื่อตัดผ้าก็ได้ หรือใช้แพตเทิร์นทาบบนผ้า เผื่อตะเข็บ ขีดเส้นแล้วตัดผ้า แต่ถ้าจะให้ง่ายกว่านั้นก็ใช้ไม้บรรทัดสำหรับงานควิลต์ก็ได้ หรือใช้ทักษะทางเรขาคณิต โดยสร้างวงกลม แบ่งมุมภายใน 60 องศาและทำเครื่องหมาย เพื่อขีดเส้นเชื่อมกันก็จะได้รูปสามเหลี่ยมด้านเท่าชุดหนึ่ง ส่วนสี่เหลี่ยมข้าวหลาดตัด 45 องศา ให้สร้างมุม 45 องศาขึ้น 2 มุม กำหนดความยาวแขนทั้งสอง ขีดเส้นและใช้วงเวียนที่ตั้งความยาวตามที่กำหนดไว้ตัดเส้นมุม 45 องศาที่ฝั่งตรงข้าม  แบบที่สร้างได้ ให้นำไปทำเทมเพลท ในกรณีเย็บจักรให้เผื่อตะเข็บโดยรอบไว้บนเทมเพลท ถ้าใช้มือเย็บให้เผื่อตะเข็บก่อนตัดผ้า

Bonus
ดูวิธีสร้างรูปทรงต่างๆ ได้ที่  https://wiki.stjohn.ac.th/groups/poly_basiscourse/revisions/0b392/28/

การตัดผ้าและเย็บ
วิธีตัดผ้ารูปสามเหลี่ยมและสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ทำได้หลายวิธี วิธีตัดสตริปก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำได้ โดยตัดสตริปกว้างตามขนาดที่เพิ่มตะเข็บแล้ว และใช้ไม้บรรทัดสำหรับงานควิลต์ตัดให้ได้รูปทรง วิธีนี้จะทำให้แน่ใจได้ว่า อย่างน้อยๆ ก็มีสองด้านที่อยู่ในแนวเกรนผ้า อาจใช้วิธีตัดสตริปเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อนตัดทะแยงมุมอีกทีก็ได้ หรือใช้วิธีวาดแบบแล้วตัดทีละชิ้น

อีกวิธีหนึ่งเป็นการเย็บสามเหลี่ยมมุมฉาก 2 ชิ้นเข้าด้วยกัน โดยการใช้ผ้าสี่เหลี่ยมจัตุรัส 2 ชิ้นสีต่างกันประกบกัน ขีดเส้นทะแยงมุมที่ผ้าด้านผิด เย็บห่างจากเส้นทะแยงทั้งสองข้างๆ ละ ¼ นิ้ว (0.7 ซม.) ตัดที่เส้นทะแยง แล้วรีดล้มตะเข็บ วิธีนี้ได้ชิ้นงานสี่เหลี่ยมจัตุรัส 2 ชิ้น ที่มีรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก 2 สีอยู่ภายใน (half Triangle)

เทคนิคนี้ยังใช้เย็บชิ้นงานที่ตัดแบ่งแล้วได้รูปสี่เหลี่ยม 4 ชิ้น (Quarter Triangle) ด้วย มีเทคนิคคือ เวลาเย็บต้องเย็บตะเข็บทุกเส้นก่อนตัดแบ่ง นอกจากนี้ยังมีวิธีเย็บอีกหลายวิธี ซึ่งใช้พื้นฐานของการตัดสตริป นอกจากนี้ยังสามารถใช้เทคนิคของ paper piecing ในการทำงานได้ด้วย

สิ่งที่ควรจำคือ ต้องคำนวณขนาดสตริปให้ถูกต้องและอย่าลืมเผื่อตะเข็บ ขณะเย็บก็ต้องระวัง เพราะมีด้านที่เป็นผ้าเฉลียง การดึงผ้าแรงๆ อาจทำให้รูปทรงของชิ้นงานย้วยได้

ผ้าและการประกอบ
สามเหลี่ยมเป็นอีกรูปทรงหนึ่งที่สำคัญในงานแพตช์เวิร์ค เป็นได้ทั้ง setting หรือส่วนที่เสริมเพื่อให้งานดูสมบูรณ์ เมื่อนำมาต่อรวมกันในแนวทะแยงหรือต่อแบบตั้งมุมขึ้น ควรมีบล็อกว่างคั่น เพื่อนำสายตา ขอบบล็อกควรอยู่ในแนวเกรนตรง เพื่อป้องกันการย้วยเมื่อต่อกัน บล็อกทั้งหมดที่ต่อจะได้เรียบเสมอกัน การต่อบอร์เดอร์ก็จะง่ายและดูสวยงาม

เมื่อออกแบบด้วยรูปทรงหกเหลี่ยม หรือการใช้สี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน 3 ชิ้นต่อกันแบบ Tumbling Block ที่ขอบของบล็อกควรเพิ่มสามเหลี่ยมด้านเท่าเข้าไปเพื่อให้ขอบเป็นเส้นตรง ส่วนบอร์เดอร์จะแคบ กว้าง หรือไม่มีก็ได้ บอร์เดอร์อาจมีชั้นเดียวหลายชั้นก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบ เท่าที่ดูงานรุ่นโบราณส่วนใหญ่มักใช้ผ้าสีพื้นแล้วควิลต์เป็นลวดลาย

Advertisements