บล็อกเก้าชิ้น หรือ Nine-patch ก็เหมือนกับบล็อกโฟร์แพตช์ ซึ่งมีแบบประยุกต์ (variation) จำนวนมากและเป็นที่สนใจแพร่หลายในหมู่ช่างควิลต์

Nine-patch มีประวัติความเป็นมายาวนานเคียงคู่ไปกับบล็อกต้นตำรับอื่นๆ ด้วยความแตกต่างที่สำคัญคือ จำนวนของสี่เหลี่ยมที่อยู่ในกริด และการผสมผสานรูปทรงต่างๆ เข้าด้วยกันได้อย่างมากมาย

Triple Iris Chain 1930s ภาพจาก Pinterest

เช่นเดียวกับงานแพตช์เวิร์คทั้งหมด การเลือกสีและการจัดเรียงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้การออกแบบ Nine-patch สำเร็จหรือล้มเหลว ขอแนะนำว่า การใช้สีหรือลวดลายที่คอนทราสต์หรือขัดแย้งกันแบบสุดๆ ให้ภาพรวมที่ดูดีที่สุด แม้ว่างานควิลต์ที่สวยงามส่วนใหญ่จะใช้สีที่ดูนิ่งๆ เรียบๆ

ตัวอย่างงานรุ่นเก่าๆ มักทำจากเศษผ้า ซึ่งทำให้เราได้มีโอกาสศึกษาเรื่องการใช้สีและประวัติความเป็นมาของผ้า เพราะในการทำผ้าควิลต์หนึ่งผืนจะต้องใช้เวลา และเลือกผ้าที่สะสมไว้ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน

ผ้าที่มีลวดลายสามารถผสมกับผ้าสีพื้น การใช้สีจำนวนมาก หรือใช้มุมมองกราฟฟิกแบบสมัยใหม่ หรือทั้งสองอย่างทำให้เกิดดีไซน์ได้มากมายไม่มีที่สิ้นสุด ผ้าควิลต์โบราณจำนวนไม่น้อยทำจากผ้าสองสี และที่เห็นบ่อยๆ ก็คือ สีฟ้า แดง ดำ คู่กับสีขาวหรือครีม ซึ่งให้ผลงานที่น่าทึ่งมาก ในงานควิลต์อาจใช้ผ้าที่ดูแตกต่าง  แต่ด้วยโทนที่สอดคล้องกันก็ทำให้ภาพรวมออกมาดูสวยงาม

บางบล็อกดูดีเมื่อต่อบล็อกชนกันโดยไม่มีพื้นว่างระหว่างกัน ในขณะที่บางบล็อกต้องใช้แถบ Sashing หรือบล็อกว่างแยกจากกัน การใช้ Sashing สามารถช่วยสร้างสรรค์ให้เกิดดีไซน์ใหม่ และผ้าควิลต์ส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีบอร์เดอร์ 1 หรือ 2 ชั้นเพื่อให้ดูสมบูรณ์

โครงสร้างบล็อก

Nine-patch มาตรฐานตั้งอยู่บนพื้นฐานของตารางสี่เหลี่ยม 3 ช่อง เพราะเป็นจำนวนที่หารด้วย 3 ลงตัว ขนาดบล็อกที่นิยมก็ได้แก่ ขนาด 6,9,12 และ 15 นิ้ว และทั้งหมดเป็นขนาดที่นิยมใช้ในงานแพตช์เวิร์ค

Nine-patch นั้นเป็นที่นิยมมาก ใช้ประโยชน์ได้มากกว่าบล็อก 4 -5 -7 แต่หลักการออกแบบและภาพรวมที่ดูสมดุลยังคงเหมือนกัน Nine-patch ทำได้ทั้งการตัดผ้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม การตัดสตริปแล้วเย็บต่อแถบทั้งสามเข้าด้วยกันตามยาว แล้วตัดแถบนั้นตามขวาง เพื่อต่อเป็นชิ้นงานที่ประกอบด้วยผ้า 9 ชิ้น ซึ่งนับเป็นวิธีทำที่ง่ายและรวดเร็ว

รูปแบบที่ง่ายที่สุดคือ บล็อกที่ทำจากผ้าสามชิ้นโทนสีใกล้เคียงกัน ต่อกันเป็นรูปกากบาท เมื่อนำบล็อกทั้ง 5 นี้ต่อกับบล็อกว่าง 4 บล็อก ก็จะได้บล็อกที่เรียกว่า Double nine patch นอกจากนี้ยังพัฒนาไปเป็นลวดลายต่างๆ เช่น single Iris Chain ซึ่งใช้บล็อกผ้าสีใกล้เคียงกันคู่กับบล็อกนายน์แพตช์ ถ้าตรงกลางผลงานเป็น Double nine patch บล็อกอื่นๆ ใช้ผ้าสี 1 หรือ 2 สี จะทำให้ดีไซน์เหมือนระเบิดออกจากจุดศูนย์กลาง การใช้สีอ่อนจะทำให้ภาพรวมดูสะดุดตา แต่ถ้าใช้สีเข้มจะทำให้จมหายไปกับแบล็คกราวนด์ แพตเทิร์นจำนวนมาก เช่น Puss in the corner, Patience corner และ Homeward bound ล้วนทำขึ้นจากบล็อกนายน์แพตช์ ซี่งใช้เพียงรูปทรงสี่เหลี่ยม ทำง่ายทีเดียว เหมือนการใช้สีเข้ม-อ่อนสลับที่กัน (Reverse) ในผลงานก็ทำให้เกิดเอฟเฟคกับภาพรวมที่ต่างออกไป ขนาดของบล็อกและตำแหน่งที่จัดวางก็ทำให้เกิดเอฟเฟคได้มากมายอย่างคาดไม่ถึงและน่าประทับใจ

รูปแบบที่หลากหลาย (Variation)

ยูนิตต่างๆ ที่อยู่ในบล็อกสามารถแบ่งย่อยเป็นรูปทรงอื่นๆ เช่น สี่เหลี่ยมเล็กๆ แท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไปจนถึงรูปทรงสามเหลี่ยมที่ทำจากการตัดรูปสี่เหลี่ยมตามแนวทะแยงหนึ่งหรือสองครั้ง ถ้านำรูปสามเหลี่ยมไปต่อที่มุมก็จะทำให้เกิดรูปแปดเหลี่ยม ทั้งยังสามารถจัดตำแหน่งยูนิตใหม่ด้วยการใช้สี เพื่อให้เกิดองค์ประกอบใหม่ สามารถใช้ยูนิตขนาดเดียวกันประกอบกันแล้วไปต่อกับบล็อกที่มียูนิตใหญ่กว่า

ถ้าตั้งมุมของบล็อกนายน์แพตช์ขึ้น แล้วคั่นด้วยบล็อกว่างก็จะได้งานควิลต์ที่ดูมีชีวิตชีวาและน่าสนใจ  บล็อกรูปดาวจำนวนมาก เช่น Ohio Star ก็มาจากบล็อกนายน์แพชต์ ทั้งยังเป็นพื้นฐานของบล็อกรูปภาพมากมายในงานแพตช์เวิร์ค Nine-patch และโฟร์แพตช์ประยุกต์ (Variation) เท่านั้นที่ชาวอามิช (amish) ในเนบราสก้า อนุญาตให้ใช้ในงานควิลต์ได้ และยังนิยมกันมากในชุมชนชาวอามิชในโอไฮโอ เพนซิลวาเนีย และอินเดียแอนา

การควิลต์

ขนาดและความสมบูรณ์ของบล็อกสำเร็จจะเป็นตัวกำหนดรูปแบบการควิลต์ ที่นิยมทำก็ได้แก่การควิลต์ในร่องตะเข็บเส้นรอบรูป การคั่นด้วยบล็อกว่างหรือบล็อกสีพื้น ซึ่งจะควิลต์ลายในบล็อก เพื่อให้ดูน่าสนใจเช่นเดียวกับบอร์เดอร์ ซึ่งมักใช้ผ้าสีพื้นควิลต์เป็นลวดลาย

Advertisements