การจัดลวดลาย

เหตุผลสำคัญที่ทำให้แพตเทิร์นล็อกเคบินได้รับความนิยมก็คือ ความหลากหลายที่เกิดจากการต่อบล็อกแต่ละบล็อกเข้าด้วยกัน แต่แพตเทิร์นดัดแปลง (Variation) บางลายอาจต่อกันได้ไม่หลากหลายเท่าแพตเทิร์นล็อกเคบินแบบดั้งเดิม ซึ่งต่อแพตเทิร์นแต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน โดยไม่มีกรอบ (Sashing) บล็อกด้านที่ใช้สีเข้มจะต่อเข้าด้วยกัน โดยมีสีอ่อนอยู่ตรงข้าม เรียกว่า light & Dark, Sunshine & Shadow, Sunshine & Shade

บล็อก Barn rising หรือที่ในเคนตักกี้เรียกว่า Light and dark path สีอ่อน-เข้มจะต่อเข้าด้วยกัน ตรงกลางจะเป็นผ้าสี่เหลี่ยมสีเข้มและมีแนวแถบผ้าสีอ่อนล้อมรอบสลับกับสีเข้ม เป็นเหมือนกรอบสี่เหลี่ยมซ้อนกันเป็นชั้นๆ ในขณะที่ Straight Furrow  มีลักษณะเป็นเส้นทะแยงสีอ่อน เข้มสลับกันไป นอกจากนี้ก็มีการต่อลายแบบซิกแซกอีกมากมาย ตั้งแต่ Streak of Lightning ไปจนถึง Lazy S and Z

ผ้าและการประกอบ

น้ำหนักสีเป็นสิ่งที่ทำให้แพตเทิร์นล็อกเคบินดูสวยงาม สีสันที่ต่างกันระหว่างสีเข้ม-อ่อนอาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้นการทำงานจึงต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อใช้ผ้าหลากสี โดยปกติการใช้ผ้าสีพื้นจะให้ผลงานที่สวยงาม แต่ผ้าที่มีลวดลายก็นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่ให้จำไว้ว่า  ผ้าลายใหญ่ๆ จะทำให้ได้ลายหรือสีที่ไม่สมดุลกัน ส่วนผ้าลายกราฟฟิก เช่น ลายตารางหมากรุก ลายทางหรือลายตาราง ซึ่งมีช่องว่างระหว่างสี ก็อาจทำให้กำหนดสีได้ยาก

แพตเทิร์นล็อกเคบินเป็นการต่อผ้าจำนวนมาก เวลาทำงานอาจทำให้รู้สึกยุ่งยาก จึงไม่ค่อยพบการตกแต่งใดๆ ยกเว้นในยุควิคตรอเรียนที่มีการปักลายดอกไม้ลงไปตรงกลาง การควิลต์โดยทั่วไปจึงทำเพียงเล็กน้อย เพราะแพตเทิร์นมีตะเข็บมากมาย ช่างควิลท์จึงควิลท์แบบง่ายๆ ด้วยจักรหรือมือ การใช้ด้าย เชือก หรือไหม ผูกเป็นจุดๆ (Tying) ซึ่งแต่เดิมนิยมทำกันมาก ชิ้นงานที่เย็บกับผ้าฐานงาน (Foundation Piecing) ไม่จำเป็นต้องควิลต์ ทั้งยังพบว่าผ้าควิลต์รุ่นเก่าๆ ไม่มีผ้าชิ้นหลัง (Batting)  ส่วนใหญ่นำไปคลุมเตียง หรือห่มตอนหน้าร้อน บางทีก็ปูโต๊ะหรือคลุมไหล่ ถ้าล็อกเคบินมีขอบก็จะทำขอบแคบๆ และใช้ผ้าสีเรียบๆ ตัวอย่างของงานในสมัยวิคตรอเรียนบางครั้งก็จะติดระบาย ลูกไม้ หรือทำชายพู่ที่ขอบ

 

Advertisements