แพตเทิร์นล็อกเคบินแบบพื้นฐานเป็นการนำแถบผ้ามาต่อรอบๆ ผ้ารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ผ้าชิ้นที่อยู่รอบนอกจะยาวกว่าชิ้นที่อยู่ด้านใน แต่ถ้าเป็นชาวเกาะแมนก็จะบอกว่าเหมือนโครงสร้างหลังคา เช่นเดียวกับที่ชุมชนชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน หรือกลุ่ม Gee’s bend ในอะแลบามา เรียกลายนี้ว่า หลังคา หรือ Housetop

แต่เดิมผ้าสี่เหลี่ยมตรงกลางมักเป็นสีแดง หมายถึง ปล่องไฟหรือเตาผิง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของบ้าน ลายล็อกเคบินเก่าบางลายใช้สีเหลืองตรงกลาง ซึ่งหมายถึง แสงตะเกียงที่มองผ่านหน้าต่าง ขณะที่ส่วนต่างๆ ใช้ผ้าสีเข้ม  ในบล็อกทั่วๆ ไป ด้านที่ติดกันสองด้านมักใช้สีอ่อน และอีกสองด้านตรงข้ามใช้สีเข้ม ทำให้บล็อกที่ทำเสร็จมีสองสีที่ต่างกัน และในแต่ละบล็อกก็จะมีน้ำหนักสีต่างๆ กันไป

การทำล็อกเคบินมีหลายแบบ แต่วิธีที่ดั้งเดิมที่สุดคือ การใช้ผ้าสีพื้นเป็นผ้าฐานงาน (Foundation) โดยมากใช้ผ้ามัสลินหรือผ้าฝ้ายแบบหนาสีขาวหรือผ้าทอ ใช้มือหรือจักรเย็บแถบผ้าหรือสตริป ติดลงไปรอบๆ รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เป็นใจกลาง โดยจะเย็บผ้าสีอ่อนสองมุม สีเข้มสองมุม ติดวนเป็นแนวตามเข็มนาฬิกาหรือทวนเข็มนาฬิกาสลับกันไปจนได้ขนาดที่ต้องการ สตริปบางชิ้นโดยเฉพาะในงานควิลต์เก่าๆ จึงมีด้านยาวๆ เป็นสองเท่า และเป็นผ้าชั้นเดียว (เพราะมันจะเลยขนาดผ้าฐานงานออกไป)  วิธีนี้ในปัจจุบันเรียกว่า “Stitch and Flip”  หรือ เย็บและพลิกกลับ แต่ละสตริปที่เย็บต่อกันแล้วจะถูกพลิกด้านถูกขึ้นมาก่อนเย็บชิ้นต่อไป เหมือนเทคนิค press–piecing ลวดลายล็อกเคบินจึงมักถูกเรียกว่า pressed quilt

ปัจจุบันลวดลายล็อกเคบินทำง่ายกว่าแต่ก่อนมากๆ เนื่องจากมีการผลิตไม้บรรทัดที่มีช่องตารางและโรตารีคัตเตอร์ที่ช่วยให้คำนวณและตัดผ้าได้ง่าย มีจักรเย็บผ้าที่ช่วยให้ทำงานได้รวดเร็วและเย็บบล็อกได้จำนวนมากในเวลาไม่นาน การทำงานแบบนี้เป็นเทคนิคพื้นฐานที่เรียกว่า speed piecing ที่ใช้สอนผู้ที่เริ่มเรียนงานควิลต์ในเวิร์คชอปต่างๆ เทคนิควิธีอีกอย่างที่นิยมกันมากคือ quilt-as-you-go ซึ่งเป็นการเย็บผ้าสี่เหลี่ยมตรงกลางกับแถบผ้าไปบนแผ่นใยและผ้าชิ้นหลังพร้อมกัน เพราะยังไงเสียก็ต้องควิลต์ไปตามรอยต่อของแถบผ้าอยู่แล้ว ดังนั้นก็ทำไปพร้อมกันทีเดียว

รูปแบบของล็อกเคบิน

ล็อกเคบินแบบมาตรฐานและแบบดัดแปลง (variation) ใช้วิธีเพิ่มแถบผ้าต่อเนื่องกันไป การปรับความกว้าง รูปทรงหรือตำแหน่งของใจกลาง เช่น การต่อแถบผ้าตามความกว้างของผ้าชิ้นสี่เหลี่ยมตรงกลาง หรือการต่อผ้าชิ้นเล็กๆ ที่ปลายแถบผ้าแต่ละชิ้น

คอร์ทเฮ้าส์สเตป (Courthouse step)  หรือ ไวท์เฮ้าส์สเตรป (Whitehouse step)  มีลักษณะโครงสร้างที่เกิดจากการต่อแถบผ้าขนาดเท่ากันออกไปทั้งสองด้านของผ้าใจกลาง โดยด้านหนึ่งจะเป็นผ้าโทนสีเข้ม อีกด้านหนึ่งเป็นโทนสีอ่อน สลับกันไป ได้ลวดลายคล้ายขั้นบันได ถ้าใช้สีดำเป็นแนวก็จะดูเหมือนชุดของผู้พิพากษา

ในบล็อกทั่วไป ความกว้างของแถบผ้าจะเท่ากัน แต่เราก็สามารถตัดแถบผ้ากว้างบ้าง แคบบ้าง แล้วต่อเข้าด้วยกันก็ได้ ถ้าต่อผ้ากว้าง 2 ชิ้น ผ้าแคบสองชิ้น ก็จะได้ลายใหม่ที่เรียกว่า Asymmetrical หรือ Off center Log Cabin ซึ่งให้ภาพรวมดูโค้ง

ถ้ากำหนดให้สี่เหลี่ยมจัตุรัสที่เคยอยู่ตรงกลางมาอยู่ที่จุดหนึ่ง หรือให้มุมผ้าอยู่ในแนวทะแยง ก็จะได้ลายที่เรียกว่า Hung Center Log Cabin อย่างไรก็ตาม การทำงานที่ใช้ผ้าฐานงานเป็นวิธีที่เหมาะที่สุด เมื่อเย็บบล็อกเสร็จก็ตัดขอบชิ้นงานให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม

การวางสี่เหลี่ยมใจกลางไว้ที่มุมหนึ่งของบล็อกก็จะได้ลายที่เรียกว่า Chevron หรือ Echo Log Cabin เป็นการต่อแถบผ้าเพียงสองด้าน ไม่ใช่สี่ด้านแบบทั่วไป เมื่อต่อแถบผ้าต่างสี ต่างน้ำหนักและสลับกันทีละแถว หรือ 4 แถบสีเข้ม 4 แถบสีอ่อน จะเรียกว่า Cabin in the cotton อีกเวอร์ชั่นจะใช้ความกว้างของแถบผ้าหลายแบบ แต่ถ้าสี่เหลี่ยมตรงกลางกว้างเท่ากับสตริป และต่อสตริปใหม่เข้าไปที่ปลายแต่ละด้าน หรือต่อทุกแถบที่สอง จะเรียกว่า cornerstones หรือ Chimneys and cornerstone ซึ่งทำให้ได้แนวเส้นทะแยงของสีที่ตัดกันในแต่ละบล็อก

 

นอกจากนี้ก็ยังทำให้ผ้าตรงกลางเป็นรูปทรงอื่นๆ เช่น สี่เหลี่ยมผืนผ้า สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด หกเหลี่ยม เวลาทำให้จำไว้ว่า วิธีที่ดีที่สุดในการทำแพตเทิร์นนี้ก็คือ การต่อแถบผ้าไปบนผ้าฐานงานหรือใช้เทคนิค foundation piecing ก็ได้

ล็อกเคบินแบบดัดแปลงที่รู้จักกันดีก็คือ Pineapple หรือ  Windmill Blades ซึ่งดูซับซ้อนกว่าลายทั่วไป ต้องวางแผนและต่อผ้าด้วยความระมัดระวัง ลักษณะลายในแต่ละรอบประกอบด้วยสตริป 8 เส้น เส้นขนาน 4 เส้นที่ออกจากสี่เหลี่ยมใจกลางทั้งสี่ด้าน และแต่ละด้านมีสีที่ตัดกัน ถ้าตรงมุมสตริปเล็กกว่าแถบตามแนวตั้งและแนวนอน (ทำให้แถบดูเป็นรูปสามเหลี่ยม) โดยทั่วไปจะเรียกว่า Flying Geese Pineapple ปัจจุบันมีผ้า interface-weight backing ที่พิมพ์แนวเส้นนอน เส้นตั้ง เส้นทะแยงให้เราเย็บผ้าเป็นลาย pineapple ได้สะดวกแถมยังแม่นยำและไม่ต้องคำนวณให้ยุ่งยาก  อีกแบบที่นิยมทำกันก็คือ การต่อแถบผ้าที่ตัดแบบไม่เท่ากันเลย หรือที่เรียกว่า Crazy Log Cabin

ปัจจุบันผู้ทำล็อกเคบินไม่ได้รักษาขนบของการทำงานแบบเก่า เราจึงล็อกเคบินที่ใช้ผ้าหลากสีสันมากมาย

ควิลเตอร์ในปัจจุบันที่ใช้แพตเทิร์นล็อกเคบินเป็นแรงบันดาลใจการทำงาน ที่รู้จักกันดีก็ได้แก่ Shizuko Kuroha
ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ใช้แพตเทิร์นล็อกเคบินในการทำงานได้อย่างน่าสนใจคือ Luke Haynes ชมผลงานได้ที่ http://www.lukehaynes.com/log-cabins-of-donald-judd/gpw0betbjxb5oxpxo6a95v8coherqr

Advertisements